วิธีชงชาที่ถูกต้อง ตามประเภทของชา ชนิดของชามีอะไรบ้าง ชงชาอย่างไรให้อร่อย ไม่ขมปี๋ 

lead image

เลิกเถียงกันว่าเรียกชานมหรือชาเย็นก่อน! มาดูประเภทของชาและวิธีชงชาที่ถูกต้องกันดีกว่า

วิธีชงชาที่ถูกต้อง ตามประเภทของชา

วิธีชงชาที่ถูกต้อง ตามประเภทของชา ชงชาอย่างไรให้หอมอร่อย ไม่ขมปี๋ ดื่มชาแล้วได้ประโยชน์เต็ม ๆ

 

วิธีชงชาแต่ละประเภทที่ถูกต้อง ตามประเภทของชาแต่ละชนิด 

Camellia sinensis

สายพันธุ์ชา มาจากพืชตระกูลคาเมเลีย ไซเนนซิส (Camellia sinensis) โดยพันธุ์ชาที่ปลูกแบ่งได้เป็น 2 พันธุ์ใหญ่ ๆ ได้แก่ กลุ่มชาพันธุ์อัสสัม (Assam Tea) และกลุ่มชาพันธุ์จีน (Chinese Tea) และแม้ว่าจะกำเนิดจากพืชพรรณตระกูลเดียวกัน แต่การเพาะปลูกที่แตกต่างกันจากสภาพทางภูมิศาสตร์ รวมไปถึงกรรมวิธีการแปรรูปที่หลากหลาย ทำให้ “ชา” แตกต่างกัน

 

ดื่มด่ำรสชาติชาหอมละมุน

ชาหอม ๆ ไม่ว่าจะเป็นชาร้อน หรือชาเย็น ต่างก็ทำให้ผู้ดื่มรู้สึกผ่อนคลาย สดชื่น ทั้งยังดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ การผลิตของชานั้น คือการนำยอดอ่อนชา ก้านชา มาผ่านกรรมวิธีต่าง ๆ จนแห้ง ก่อนนำมาชงด้วยน้ำร้อน ในปัจจุบัน นอกจากใบชาแล้ว ยังนิยมนำดอกไม้ หรือพืชพรรณที่ตากแห้ง มาทำเป็นชาอีกด้วย

 

ประเภทของชาหรือชนิดของชา สามารถแบ่งได้ดังนี้

  1. ชาดำ ชารสชาติเข้มข้น มีคาเฟอีนสูง เมื่อนำไปผสมใหม่จะให้กลิ่น รสชาติ ที่แตกต่างกัน เช่น ดาร์จีลิ่ง อัสสัม ซีลอน และเอิร์ลเกรย์ สำหรับประโยชน์นั้น ชาดำช่วยบรรเทาอาการเหนื่อยล้า กระตุ้นการทำงานของหัวใจ ป้องกันฟันผุได้ด้วย
  2. ชาขาว สีอ่อน ๆ เพราะผ่านกระบวนการน้อย พอแตกยอดอ่อนก็จะนำไปตากแดดทันที ทั้งยังมีคาเฟอีนเล็กน้อย ทำให้มีรสอ่อน ประโยชน์ของชาขาว มีทั้งวิตามินซี และวิตามิน ดีต่อผิวพรรณ ช่วยสร้างความแข็งแรงของเซลล์ผิวหนัง
  3. ชาเขียว ชายอดฮิตในเมืองไทย คาเฟอีนไม่สูง แต่ให้สารแอนติออกซิแดนท์สูง ดื่มง่ายเหมาะกับคนที่เริ่มต้นดื่มชา ทั้งยังช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือด แก้ร้อนในได้ด้วย
  4. ชาอูหลง หรือชาแดง มีปริมาณคาเฟอีนกลาง ๆ แม้ว่าจะมีสีที่เข้ม มีคุณประโยชน์ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง บรรเทาความเครียด
  5. ชาสมุนไพรและชาผลไม้ ทำจากสมุนไพร ดอกไม้ หรือพืชพรรณที่นำไปตากแห้ง และไม่มีคาเฟอีน สำหรับประโยชน์ เช่น ชาดอกมะลิลดอาการเครียด ชาเก๊กฮวยแก้ร้อนใน  ชาขิงแก้หวัด ชาตะไคร้ช่วยย่อยได้ดี และชาใบเตยช่วยขับปัสสาวะ

 

ชนิดของชา และวิธีชงชาที่ถูกต้องตามประเภทของชา

  • ชาดำ ใช้น้ำเดือด ๆ หรืออุณหภูมิน้ำราว ๆ 100 องศาเซลเซียส แช่ใบชาไม่เกิน 4 นาที
  • ชาขาว อุณหภูมิน้ำไม่ควรสูงมากนัก ราว ๆ 70 องศาเซลเซียสก็เพียงพอ โดยทั่วไปแล้วใช้เวลาในการแช่ใบชาไม่เกิน 2 นาที ยกเว้นบางประเภท ซึ่งมักจะมีคำแนะนำว่าควรแช่ใบชานานแค่ไหน
  • ชาเขียว อุณหภูมิน้ำไม่ควรสูงมาก 80 องศาเซลเซียสก็เพียงพอ หรือจะปล่อยให้น้ำเดือดนั้น ค่อย ๆ เย็นลง ก่อนจะนำมาชงชา และควรใช้เวลาในการแช่ใบชาไม่เกิน 3 นาที สำหรับชาเขียวบางประเภทจะแนะนำให้แช่ใบชาไม่เกิน 1 นาที
  • ชาอูหลง อุณหภูมิน้ำราว ๆ 90 องศาเซลเซียส ควรแช่ใบชาอูหลงไม่เกิน 4 นาที
  • ชาสมุนไพรและชาผลไม้ ควรใช้น้ำเดือด ๆ อุณหภูมิน้ำราว ๆ 100 องศาเซลเซียส ส่วนการแช่ชานั้น ขึ้นอยู่กับชนิดของชาสมุนไพรหรือชาผลไม้ แต่โดยปกติแล้ว ไม่ควรแช่ใบชานานเกิน 4 นาที

 

วิธีชงชาที่ถูกต้อง ตามประเภทของชา ชนิดของชามีอะไรบ้าง ชงชาอย่างไรให้อร่อย ไม่ขมปี๋ วิธีชงชาที่ถูกต้อง ตามประเภทของชา, วิธีชงชา, ชงชาอย่างไรให้อร่อย, อุณหภูมิ ชงชา, ชงชา ไม่ให้ฝาด, การชงชา, ชนิดของชา ประเภทของชา

วิธีชงชาที่ถูกต้อง ตามประเภทของชาทำอย่างไร

ชงชาอย่างไรให้หอมอร่อย ประโยชน์สูงสุด

สิ่งสำคัญในการชงชาคือ อุณหภูมิของน้ำ ปริมาณใบชาที่ใส่ และระยะเวลาในการแช่ชา ซึ่งมักจะมีคำแนะนำจากผู้ผลิต จึงควรอ่านคำแนะนำการชงชาอย่างละเอียด เพื่อให้ได้รสชาติชาที่หอมอร่อย ไม่ขม และมีประโยชน์สูงที่สุด

  • ควรทำความสะอาดกาน้ำชา ถ้วยน้ำชา ก่อนและหลังดื่มทุกครั้ง ให้สะอาด
  • ก่อนแช่ชา ควรใส่น้ำร้อนลงในกาน้ำชาเล็กน้อย เป็นการอุ่นกาน้ำชา
  • ถ้าเป็นใบชา ให้เทน้ำลงไปทิ้งไว้ 20 วินาทีแล้วเททิ้ง เพื่อปลุกให้ใบชาตื่น ก่อนจะแช่ชาทิ้งไว้ในน้ำต่อไป
  • น้ำที่ใช้ชงชาควรจะเป็นน้ำสะอาด ไม่มีกลิ่นหรือรส ที่จะทำให้รสชาติชาเสียไป

 

รู้กันไปแล้วว่าวิธีชงชาที่ถูกต้อง ตามประเภทของชา ทำได้อย่างไร ลองเลือกทานชาให้เหมาะสมกับมื้ออาหาร ขนมต่าง ๆ ก็จะช่วยให้ได้ดื่มด่ำรสชาติชามากขึ้นด้วยนะ อย่างวันไหนที่ต้องการความสดชื่นให้กับร่างกาย ลองเปลี่ยนเครื่องดื่มเป็นชาเขียวหรือชาแดง จะช่วยเพิ่มความสดชื่นแก่ร่างกาย หากทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง ก็เลือกเครื่องดื่มเป็นชาเขียว หรือวันที่ต้องการคาเฟอีน เลือกชงชาดำ เป็นต้น

 

ที่มา : http://web2.mfu.ac.th และ https://mgronline.com

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

บทความโดย

Tulya