วิธีเก็บเห็ด การเก็บเห็ดป่า เห็ดแบบไหนกินได้ เห็ดแบบไหนมีพิษ

lead image

เก็บเห็ดป่าต้องรู้! หากเก็บเห็ดผิดเป็นเห็ดมีพิษอาจกินแล้วตายได้!

วิธีเก็บเห็ด การเก็บเห็ดป่าแบบมือโปร

ขึ้นชื่อว่าเมนูอาหารบนโลกใบนี้ ย่อมมีอยู่มากมายหลายเมนูสุดที่จะบรรยายได้ การประกอบอาหารให้ออกมาเป็นเมนู ๆ หนึ่ง บางคนอาจต้องใช้เวลาไปเดินตามหาวัตถุดิบเป็นชั่วโมงใน ตลาดสด ซูเปอร์มาเก็ต หรือบางคนอาจแค่เปิดตู้เย็นที่บ้านเจอวัตถุดิบเพียงหนึ่งหรือสองชนิดแต่มีหัวคิดด้านการทำอาหารเป็นทุนเดิมก็คงไม่ใช่เรื่องยากที่จะนำวัตถุดิบน้อยชนิดนั้นๆ ไปรังสรรค์ต่อยอดออกมาเป็นเมนูที่อร่อยเหาะได้

อย่างไรก็แล้วแต่ วัตถุดิบจะมีมากหรือน้อยเพียงใดการจะทำอาหารให้ได้รสชาติอร่อยนั้น ต่างล้วนต้องใช้ศาสตร์และกรรมวิธีในการลงมือทำทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนในการเลือกคัดวัตถุดิบ ตลอดจนการปรุงรสชาติหรือเคล็ดลับเฉพาะตัวอะไรก็ตามแต่ละบุคคล

แม้กระทั่งการเก็บเห็ดตามธรรมชาติมาประกอบอาหาร ในสไตล์เมนูแบบบ้านๆ ประจำท้องถิ่น ซึ่งไม่ต้องเสียเงินทองมากมายเพียงแต่ต้องอาศัยวิธีการดูว่าเห็ดลักษณะไหนที่สามารถนำมาทานได้  ด้วยหลากหลายเมนูเห็ดแบบบ้านๆ นี่แหละ ที่ถ้าใครได้ลิ้มลองแล้วอาจจะติดใจได้ไม่รู้ลืม เกริ่นมาขนาดนี้แล้ว แน่นอนว่าเรื่องที่ผมจะมานำเสนอในวันนี้ก็คงไม่พ้นเรื่องของการเก็บเห็ด โดยเฉพาะการเก็บเห็ดตามธรรมชาติเพื่อนำมาประกอบอาหาร ว่ามีวิธีการอย่างไร

วิธีเก็บเห็ด

วิธีเก็บเห็ด

เห็ด คือ ราขนาดใหญ่ที่มีการเจริญเติบโตเป็นเส้นใย เมื่อถึงระยะสืบพันธุ์เส้นใยจะรวมตัวเป็นกลุ่มก้อน ดอกมีทั้งชนิดมีพิษและไม่มีพิษสามารถกินได้ มักจะผุดขึ้นกระจายไปทั่วตามจุดต่างๆ ตามธรรมชาติ เช่น โคนต้นไม้ อย่างรวดเร็วและปริมาณมากดังคำเปรียบเปรยถึงสิ่งก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วว่า “ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด” การนำเห็ดที่เก็บหาจากธรรมชาติมาประกอบอาหารนั้น อาจเป็นวิถีชีวิตที่ดูไกลห่างจากคนเมืองกรุง แต่สำหรับในต่างจังหวัด หรือจะเรียกกันแบบอบอุ่นว่า บ้านนอกไม่ว่าจะภาคไหนของประเทศ เมื่อย่างเข้าสู่ช่วงต้นฤดูฝน (เดือนพฤษภาคม–มิถุนายน) การจะเริ่มออกไปหาเก็บเห็ดนั้น ชาวบ้านจะมีวิธีสังเกตง่ายๆ โดยให้ดูที่จุดเดิมที่เห็ดเคยออก แล้วสังเกตจากก่อนฝนตกอากาศจะร้อนอบอ้าวผิดปกติ และต่อมาฝนก็จะเริ่มตก จากนั้น อีก 3-4 วันก็เริ่มไปเก็บเห็ดได้เลยครับ แต่ถ้าฝนตกไม่มากนักหรือดินชุ่มชื้นไม่เพียงพอเห็ดก็จะไม่ออก ที่สำคัญ ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเก็บเห็ดคือ ช่วงเช้าตรู่นะครับ เพราะถ้าออกไปเก็บสายๆ  เห็ดอาจไม่เหลือให้เก็บแล้ว เพราะมีพวกมาเก็บไปก่อน

 เห็ดที่กินได้ และ เห็ดมีพิษกินแล้วอาจเสียชีวิตได้ 

เพื่อนๆ เคยได้ยินเพลงลูกทุ่งที่มีเนื้อร้องท่อนหนึ่งว่า “เห็ดตับเต่าขึ้นอยู่ริมเถาย่านาง” กันมั้ยครับ แน่นอนว่าเห็ดที่เราจะพูดถึงวันนี้ ต้องมี เห็ดตับเต่า ที่ต้องไปหาเก็บเอาตามริมเถาย่านาง (ไม้เลื้อย มีสีเขียวเข้ม) รวมอยู่ด้วยแน่นอน ซึ่งนอกจากเห็ดตับเต่าแล้ว  ก็ยังมีเห็ดอีกหลายชนิดที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้ ส่วนเห็ดที่มีพิษ หากเรากินเข้าไป อาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายอุจจาระเหลว หากมีอาการรุนแรงมาก การทำงานของตับ และไตอาจล้มเหลว จนถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยครับ

 เห็ดที่กินได้

1. เห็ดแดงกุหลาบ 2.เห็ดไข่เหลือง 3.เห็ดระโงกขาว 4.เห็ดโคน 5.เห็ดโคนฟาน 6.เห็ดก่อเหลือง 7.เห็ดไข่ 8.เห็ดกูด 9.เห็ดน้ำแป้ง 10.เห็ดหล่มกระเจียว 11.เห็ดข้าวเหนียว 12.เห็ดเผาะ(ไม่มีราก) 13.เห็ดพุงหมู 14.เห็ดมันปู 15.เห็ดจั่น 16.เห็ดตับเต่า

เห็ดมีพิษ

1.เห็ดระโงกเหลืองก้านตัน 2.เห็ดกระโดงตีนตัน 3.เห็ดคล้ายเห็ดโคน 4.เห็ดข่า 5.เห็ดขี้ควาย 6.เห็ดตอมกล้วยแห้ง 7.เห็ดระโงกหิน 8.เห็ดไข่ 9.เห็ดมันปูใหญ่10. เห็ดดอกกระถิน 11.เห็ดแดงก้านแดง 12.เห็ดเผาะ(มีราก) 13.เห็ดขี้วัว 14.เห็ดไข่หงษ์ 15.เห็ดโคนส้ม

 

เห็ดพิษ และ เห็ดกินได้

เห็ดพิษ และ เห็ดกินได้ (ขอบคุณภาพจากกรมควบคุมโรค) 

วิธีสังเกตเห็ดที่กินได้และเห็ดมีพิษ คำแนะนำในการเก็บเห็ด

  1. ไม่กินเห็ดที่ไม่รู้จักหรือไม่คุ้นเคย
  2. ไม่ควรกินเห็ดที่ยังไม่ได้ปรุงสุกโดยเด็ดขาด
  3. เก็บเห็ดที่มีรอยแมลงกัดกินบ้างไม่เสียหายอะไร เพราะสามารถบ่งชี้ได้ว่าเห็ดนั้นไม่เป็นพิษ
  4. หลีกเลี่ยงเห็ดที่มีรอยกัดแทะของเต่า/กระต่าย เนื่องจากเต่า/ กระต่าย สามารถกินเห็ดพิษได้
  5. ไม่เก็บเห็ดที่มีสีสันฉูดฉาด เนื่องจากเห็ดพิษจะมีสีฉูดฉาด แต่เห็ดที่รับประทานได้จะมีสีอ่อน
  6. ไม่เก็บเห็ดที่เก็บจากป่าสน เนื่องจากป่าสนมักเป็นบริเวณที่มีเห็ดพิษขึ้นอยู่จำนวนมาก
  7. ไม่ควรเก็บเห็ดที่ขึ้นใกล้โรงงานสารเคมี สนามกอล์ฟ หรือข้างถนน  เนื่องจากเห็ดและเชื้อรามีคุณสมบัติดูดซับสารพิษต่าง ๆ สะสมไว้ในตัวไว้มาก รวมถึงโลหะหนัก
  8. อย่าเก็บเห็ดภายหลังพายุฝนใหม่ๆ เพราะมีเห็ดบางชนิดที่สีบนหมวกอาจถูกชะล้างให้จางลงได้จากน้ำฝน

ลักษณะของเห็ดที่ไม่ควรเก็บมาบริโภค 

  1. เห็ดที่เป็นสีน้ำตาล             
  2. เห็ดที่มีหมวกเห็ดสีขาว
  3. เห็ดที่มีปลอกหุ้มโคน        
  4. เห็ดที่มีวงแหวนใต้หมวก
  5. เห็ดที่มีโคนอวบใหญ่        
  6. เห็ดที่มีปุ่มปม
  7. เห็ดที่มีหมวกเห็ดเป็นรูปๆ แทนที่จะเป็นช่องๆ คล้ายครีบปลา
  8. เห็ดที่มีลักษณะคล้ายสมองหรืออานม้า  บางชนิดต้มแล้วกินได้  แต่บางชนิดมีพิษร้ายแรง
  9. เห็ดตูมที่มีเนื้อในสีขาว เห็ดที่ขึ้นที่มูลสัตว์หรือใกล้มูลสัตว์

อ่านมาถึงตรงนี้เพื่อนๆ ก็คงพอจะได้ข้อมูลกันแล้วนะครับ ว่าการจะเก็บเห็ดมาประกอบอาหารได้นั้นเราต้องมีวิธีในการดูเห็ดอย่างไร สำหรับสุดท้ายนี้ขอแนะนำไว้นิดนึงว่า การเก็บเห็ดที่ขึ้นตามธรรมชาตินั้นเราสามารถเก็บได้โดยไม่ผิดกฏหมายถ้าไม่ได้ไปเก็บเห็ดในเขตของพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเพราะไม่เช่นนั้นจะถือว่าเราบุกรุกเก็บของป่า ซึ่งมีความผิดตามกฏหมายทันทีนะครับ

Source: 1,2,3

ภาพและข้อมูลมีลิขสิทธิ์เจ้าของโดย บริษัท ทิคเกิ้ลมีเดีย จำกัด ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อมูล และรูปภาพนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนทางบริษัทฯจะดำเนินการตามกฎหมาย เว้นแต่ได้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรกับทางบริษัทฯเรียบร้อยแล้ว

วิธีทำ กากหมูเจียว หอมเจียว กระเทียมเจียว ให้หอมกรอบ น่าทาน

สมุนไพรที่ควรมีติดบ้าน วิธีปลูกสมุนไพรในกระถาง ปลูกแบบไหนให้ผลดีไม่มีวันตาย

แพ้กุ้ง เกิดจากอะไร สามารถหายจากอาการแพ้กุ้งได้หรือไม่?

บทความโดย

wachira