15 สิ่งที่ห้ามกินคู่กับยา อาหาร น้ำ ผลไม้ต้องห้ามที่ต้องจำได้ให้ขึ้นใจ ไม่งั้นอาจตายได้

15 สิ่งที่ห้ามกินคู่กับยา อาหาร น้ำ ผลไม้ต้องห้ามที่ต้องจำได้ให้ขึ้นใจ  ไม่งั้นอาจตายได้

15 สิ่งที่ห้ามกินคู่กับยา อาหาร น้ำ ผลไม้ต้องห้ามที่ต้องจำได้ให้ขึ้นใจ ไม่งั้นอาจตายได้

สิ่งที่ห้ามกินคู่กับยา อะไรบ้างที่ห้ามกินคู่กับยา หลายคนทราบหรือเปล่า? ว่ายานั้นไม่ควรทานคู่กับเครื่องดื่มอะไร ไม่ควรทานกับอาหารอะไร หลายรู้ต้องมาจ้า

สิ่งที่ห้ามกินคู่กับยา มีอะไรบ้าง?

สิ่งที่ห้ามกินคู่กับยา

1.ผลิตภัณฑ์จากนม

เพราะในผลิตภัณฑ์จากนมนั้นเต็มไปด้วยแคลเซียม ซึ่งมีผลตรงตรงต่อการดูดซึมของยา ทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลง   ดังนั้นหากต้องทานจริงๆ ควรเว้นระยะห่างประมาณ 2 ชั่วโมงก่อนกินยา

2.น้ำผลไม้

น้ำผลไม้ชนิดชนิดเช่น เกรปฟรุต ผลไม้ตระกูลส้มโอ  น้ำเสาวรส ส้มซ่า (รวมทั้งผลไม้) ผลต่อการออกฤทธิ์ของยาไม่ว่าจะเป็นยาลดความดัน ยาลดไขมันในเลือด ยาคลายเครียด เพราะเอนไซม์ในผลไม้เหล่านี้จะเข้าไปเปลี่ยนแปลงยา เป็นอันตรายต่อชีวิต

3.ชาเขียว

ไม่ควรกินพร้อมกับชนิดยาต้านแข็งตัวของเลือด ยาลดขไมันในเลือด เพราะส่งผลให้ยาออกออกฤทธิ์ได้เต็มที่ เสี่ยงต่อการเกิดโรคตับอักเสบและกล้ามเนื้อ ซึ่งหากมีอาการปวดกล้ามเนื้อผิดปกติ และปัสสาวะสีน้ำตาลเข้ม ควรพบแพทย์ทันที

4.แอลกอฮอล์

ห้ามทานพร้อมกับยายาฆ่าเชื้อเมโทรนิดาโซล ยาต้านเชื้อรากรีซิโอฟูลวิน  ยารักษาเบาหวาน ไกลบูไรด์ เพราะจะส่งผลให้เกิดอาการเมาค้าง เเละวิงเวียนคลื่นไส้อาเจียน ไปจนถึงแน่นหน้าอก เเละต้อวระวังในการทานพร้อมยานอนหลับเพราะอาจทำให้เกิดอันตรายจากการกดประสาทจนเสียชีวิตได้

5.น้ำแร่

เหตุผลเดียวกับห้ามกินรวมกับนมค่ะ เพราะแคลเซียมมีผลต่อการดูดซึมของยา ทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลง

สิ่งที่ห้ามกินคู่กับยา

6.แปะก๊วย ตังกุย โกจิเบอร์รี่

ถึงเเม้จะเป็ยอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เเต่ถ้าหากต้องทานคู่กับยานั้นจะกลายเป็นสิ่งที่อันตรายขึ้นมาค่ะ ดังนั้นควรระวังเมื่อต้อวการคู่กับยาแอสไพริน วาร์ฟาริน ค่ะ

7.ชะเอม

ไม่ควรกินร่วมกับยาต้านการอักเสบเพรดนิโซโลน (prednisolone) เพราะในชะเอมจะมีสารที่จะเข้าไปทำปฏิกิรยาให้ลดภูมิคุ้มกันของร่างกาย ส่งผลทำให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

8.โสม

โสมที่หลายคนรู้จักว่าเป็นยาชั้นดีนั้น เป็ยภัยร้ายเเรงมากหากยาร่วมกับยายารักษามะเร็งหรือยาต้านซึมเศร้าบางขนิด เพราะโสมจะทำทำให้รักษายากขึ้น กระตุ้นผลข้างเคียงของยา

9.อาหารที่มีสารไทรามีนสูง

ควรหลลีกเลี่ยงเบียร์หมัก ไวน์ ไส้กรอก ถั่วปากอ้า ช็อกโกแลต เพราะอาหารเหล่านี้ทำให้ยามีประสิทธิลดลง รักษาหายช้ายิ่งขึ้น

10.ผักที่มีวิตามินเคสูง

เเม้ผักจะมีประโยชน์เเต่กลับเป็นโทษกับยาต้านการแข็งตัวเลือด วาร์ฟาริน (warfarin) เช่น บรอกโคลี ผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง ทำให้มีผลต่อระดับความแข็งตัวของเลือด

11.ผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง

โพเเทสเซียมมีผลกับยาขับปัสสาวะ อาส่งผลให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้

12.ขนมเเละลูกอม

เนื่องจากขนมเเละลูกอมมักมีส่วนผสมของชะเอมเทศ ที่หากทานบ่อยๆ อาจจะส่งผลให้ร่างกายสะสมของเกลือและน้ำทำให้ตัวบวม เเละหากทานยาลดความดันเลือดจะทำให้ยาไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

13.พริก

ไม่ควรกินพริกเพราะต้องทานยากลุ่ม ACE inhibitors ในผู้ป่วยโรคไตที่เป็นเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหืด และกลุ่มของยาต้านอาการซึมเศร้า เพราะพริกจะไปรบกวนการดูดซึมของยา

14.ขิง 

ควรระมัดระวังในการทานขิง ถ้าคุณเป็นผู้ป่วยที่กินยาความดันโลหิตสูงและยาเบาหวาน เพราะขิงอาจจะส่งผลให้มีอาการเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร

15.กระเทียม

ไม่ควรทานหากต้องทานกลุ่มยาต้านการแข็งตัวของเลือด เพราะสารในกระเทียมจะส่งผลให้ทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลงได้ นอกจากนี้หากทานยารักษาความดันโลหิตสูง ยาเบาหวาน การทานกระเทียมจะส่งผลให้ระดับอินซูลินต่ำลงจนอาจจะทำให้ลมสติได้

ภาพและข้อมูลมีลิขสิทธิ์เจ้าของโดย บริษัท ทิคเกิ้ลมีเดีย จำกัด ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อมูล และรูปภาพนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนทางบริษัทฯจะดำเนินการตามกฎหมาย เว้นแต่ได้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรกับทางบริษัทฯเรียบร้อยแล้ว

11 อาหาร กินแล้วอึด ถึก ทน เพิ่มสมรรถภาพของผู้ชาย แฟนรักแฟนหลง

11 อาหารบำรุงปอด ช่วยให้ปอดเเข็งเเรงสู้กับสภาพอากาศ เเละผู้ป่วยโรคหอบหืด

13 อาหารห้ามกินก่อนนอน ไม่งั้นนอนไม่หลับ อ้วน เเถมกรดไหลย้อน

บทความโดย

PloyMuay